เติมไขมันหน้ากับฟิลเลอร์ เลือกอะไรดี เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยเมื่อเริ่มมองหาวิธีปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ หลายคนต้องการแก้ปัญหาร่องแก้มลึก ร่องน้ำหมาก แก้มตอบ ขมับตอบ หน้าผากแบน คางดูตัด แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกแบบไหนดีที่จะเหมาะกับเรา ระหว่างการเติมไขมันตัวเองและการเติมสารเติมเต็มอย่างโปรแกรมฟิลเลอร์
การเติมไขมัน (Fat Grafting) เป็นหัตถการที่ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้า ทำให้ผิวอิ่มฟูขึ้น เติมเต็มตำแหน่งต่างๆบนใบหน้าเพื่อแก้ไขปัญหาหน้าดูมีอายุ หน้าโทรม หน้าตอบ และมีริ้วรอยตามวัย ให้กลับมาดูมีความละมุนอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งการเติมไขมันหน้าเด็ก ศัลยแพทย์จะนำเอาไขมันจากบริเวณอื่น ๆ ของร่างกายที่เราไม่ต้องการ เช่น หน้าท้อง ต้นขา หรือสะโพก เหตุผลที่นำไขมันจากบริเวณดังกล่าวก็เพราะว่าเป็นบริเวณที่มีไขมันประสิทธิภาพดี มีคุณภาพ จากนั้นจึงนำมาผ่านกระบวนการปั่นสกัดเพื่อให้ได้เซลล์ไขมันที่เล็ก ละเอียดและบริสุทธิ์ แล้วนำกลับมาเติมบริเวณใบหน้าที่ขาดมิติ เช่น ใต้ตา ขมับ แก้ม หรือร่องแก้ม เพื่อให้ใบหน้าดูเต็ม อิ่มฟู และดูเด็กลงอย่างปลอดภัย
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฟื้นฟูเติมเต็มใบหน้า ผลอยู่ได้นานและดูเป็นธรรมชาติ แต่ต้องพักฟื้นมากกว่า ส่วนฟิลเลอร์ (Hyaluronic Acid) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเติมเต็มใบหน้าเฉพาะจุด เช่น ใต้ตา คาง ขมับ หรือเสริมโครงหน้า สามารถเลือกชนิดของฟิลเลอร์ตามปัญหาเฉพาะจุดได้
เติมไขมันหน้า VS ฟิลเลอร์ เปรียบเทียบแบบเข้าใจง่าย
1.ประหยัดค่าใช้จ่าย
- ในการปรับรูปหน้าแต่ละครั้งหากแพทย์ประเมินแล้ววิเคราะห์ว่าใบหน้านั้นต้องใช้สารเติมเต็มในปริมาณที่มากเพื่อปรับรูปหน้า ดังนั้นการเติมไขมันจะมีความคุ้มค่ามากกว่าเมื่อเทียบกับการใช้โปรแกรมฟิลเลอร์ในการปรับรูปหน้า เพราะการดูดไขมันเพื่อมาเติมเต็มใบหน้าในแต่ละครั้งจะได้ปริมาณที่มากกว่าและเพียงพอต่อการปรับรูปหน้า เมื่อเปรียบเทียบในเรื่องของค่าใช้จ่ายจะพบว่า ” การเติมไขมันมีความคุ้มค่ามากกว่าโปรแกรมฟิลเลอร์ ” เพราะไขมันที่ใช้เป็นไขมันจากร่างกายของเราเอง ส่วนฟิลเลอร์เป็นสารไฮยาลูรอนนิกซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ขึ้นมา มีต้นทุนในการผลิต จึงทำให้ฟิลเลอร์มีราคาที่สูงกว่าการเติมไขมัน
2.ระยะเวลาผลลัพธ์
- การเติมไขมันหน้า : หลังจากเติมไขมันต้องรอประมาณ 1 เดือน เพื่อให้ไขมันที่เติมเต็มเข้าไป เกิดการเซ็ตตัวบริเวณใบหน้า ซึ่งโดยปกติการเติมไขมันจะให้ผลลัพธ์นานถึง 1 – 5 ปี (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล) แต่ด้วยเทคนิคการเติมไขมัน Cool Fat ที่เป็นการสกัดไขมันให้เล็กละเอียดระดับ Super Nano Fat ของทางคิวไพร์ม ทำให้ได้ไขมันที่บริสุทธิ์และอยู่ได้นานขึ้น ในบางท่านที่เติมไขมันไปแล้วไขมันอาจจะอยู่นานถึงหลักปี แต่การที่จะให้ไขมันอยู่ได้นานขึ้น นอกจากเทคนิคในการเติมไขมันแล้ว ก็ต้องขึ้นอยู่กับคุณภาพของไขมัน การดูแลตัวเองหลังทำ เพื่อยืดระยะเวลาผลลัพธ์การเติมไขมันให้นานมากยิ่งขึ้น
- การเติมฟิลเลอร์ : ผลลัพธ์การเติมฟิลเลอร์โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 6 เดือน – 2 ปี นอกจากนี้ระยะเวลาของการเติมฟิลเลอร์จะขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ เพราะแต่ละตัวมีเนื้อของฟิลเลอร์ไม่เหมือนกัน จึงทำให้ระยะเวลาผลลัพธ์อยู่ได้นานไม่เท่ากัน
3.ระยะเวลาพักฟื้น
- เปรียบเทียบในเรื่องการพักฟื้นหลังทำ การเติมฟิลเลอร์จะใช้เวลาในการพักฟื้นน้อยกว่าการเติมไขมัน เพราะการเติมฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด ใช้เวลาไม่นาน อาการหลังทำมักค่อนข้างเบา เช่น บวมเล็กน้อยหรือรอยแดงบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายไปภายใน 1–3 วัน ทำให้สามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที เหมาะกับผู้ที่มีเวลาจำกัดหรือไม่สะดวกหยุดพักหลายวัน
- สำหรับการเติมไขมันหน้า จะมีขั้นตอนมากกว่าการฉีดฟิลเลอร์ เนื่องจากต้องมีการดูดไขมันจากส่วนอื่นของร่างกายก่อน เช่น หน้าท้องหรือต้นขา ทำให้มีบาดแผลในดดูดไขมันและจุดที่ฉีดไขมันเข้าไป หลังทำมักมีอาการบวมในช่วงแรก โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ซึ่งอาจคงอยู่ 1–2 สัปดาห์ และต้องรอให้ไขมันที่ฉีดเข้ามาปรับตัวและติดตัว ซึ่งอาจใช้เวลา 1 เดือนกว่าผลลัพธ์จะลงตัว ระหว่างนี้แพทย์มักแนะนำให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระแทกแรงหรือทำให้ใบหน้าช้ำเพิ่มเติม เพื่อให้ไขมันมีโอกาสอยู่รอดได้ดีที่สุด
4.ความปลอดภัย โอกาสแพ้
- การเติมไขมันหน้าและฟิลเลอร์ถือว่ามีความปลอดภัยเมื่อเข้ารับการทำหัตถการกับแพทย์เฉพาะทางที่สามารถตรวจสอบได้ แต่การเติมไขมันมีโอกาสแพ้น้อยกว่าฟิลเลอร์ เพราะเป็นการนำเซลล์ไขมันจากร่างกายตนเองย้ายมาเติมเต็มบนใบหน้า ทำให้โอกาสในการแพ้เซลล์ในร่างกายตัวเองมีน้อยมาก เมื่อเทียบกับการเติมฟิลเลอร์ที่เป็นสารสังเคราะห์ขึ้น
โดยสรุปแล้วว่าการ เติมไขมันหน้า vs ฟิลเลอร์ มีข้อดีที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหาและผลลัพธ์ที่ต้องการ หากต้องการปรับใบหน้าเฉพาะจุดให้คมชัดขึ้น เช่น เติมคางให้รูปหน้าดูสมส่วน เพิ่มมิติให้ริมฝีปาก การฉีดฟิลเลอร์มักตอบโจทย์ได้ดี
แต่หากเป้าหมายคือปรับรูปหน้าและต้องการเพิ่มความละมุนใบหน้าให้ดูอิ่มฟู ได้ความอ่อนเยาว์แบบเป็นธรรมชาติ การเติมไขมันหน้าจะเหมาะสมกว่า โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเติมในหลายตำแหน่งพร้อมกัน หรืออยากให้ผิวได้รับการฟื้นฟูจากเซลล์ไขมันของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกฟิลเลอร์หรือฉีดไขมัน การประเมินกับแพทย์เฉพาะทางก่อนทำถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด เพราะแพทย์จะช่วยวิเคราะห์ว่าควรปรับแก้บริเวณใด มีวิธีใดที่เหมาะกับโครงหน้าและปัญหาผิวมากที่สุด รวมถึงแนะนำหัตถการทางเลือกที่ตอบโจทย์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัย ดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และเพิ่มความมั่นใจได้ในระยะยาว
อ่านต่อ : เติมไขมันหน้าเด็กดีจริงไหม? 6 ข้อดีที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ
รีวิวเติมไขมันหน้าเด็ก
โปรแกรมเติมไขมันหน้าเด็ก Super Nano Fat เทคนิค Cool Fat สกัดไขมันระดับนาโนโมเลกุล ไขมันเกาะได้นานขึ้น

