Menu
นัดปรึกษาฟรี
083-429-1999 | LINE
โทร LINE FB นัดหมาย

“การผ่าตัดดึงหน้า” คืออะไร ทำไมถึงนิยมกัน

“การผ่าตัดดึงหน้า” คืออะไร ทำไมถึงนิยมกัน

ดึงหน้า

การมีใบหน้าที่เต่งตึงนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนล้วนปรารถนา โดยเฉพาะผู้หญิงเรา เมื่ออายุเยอะขึ้นแล้วแต่ผิวหน้ายังตึงเปรี๊ยะ ก็จะรู้สึกปลาบปลื้มอยู่ไม่น้อย และคงอยากให้ความเต่งตึงนี้คงอยู่ไปตลอด แต่ในความเป็นจริงแล้วร่างกายของเรา จะมีการเปลี่ยนแปลงและเสื่อมสภาพไปตามวัย ผิวหน้าที่เคยเปล่งปลั่งเต่งตึงสดใส ก็จะเกิดริ้วรอย เหี่ยวย่น หย่อนคล้อย ไม่เต่งตึงยิ่งวัยเพิ่มมากขึ้น ความหย่อนคล้อยก็จะยิ่งเห็นชัดเจน อาทิเช่น หางคิ้วจะตกลง หนังตาด้านข้างจะหนาขึ้น แก้มห้อยย้อย มุมปากตก ร่องแก้มลึก ผิวบริเวณคอหย่อน ริ้วรอยแห่งวัยยิ่งเด่นชัดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งฟ้องอายุมากเท่านั้น แถมยังส่งผลต่อความมั่นใจในตัวเองอีกด้วย และทางที่จะทำให้ผิวหน้ากับมาเต่งตึงอย่างเห็นผลทันตามากที่สุด คือ การทำศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า ซึ่งการผ่าตัดดึงหน้าจะช่วยยกผิวหน้าที่หย่อนคล้อย ให้กลับมาเต่งตึงอีกครั้งแถมยังเพิ่มความกระชับของผิวหน้า ช่วยลดความเด่นชัดของความหย่อนคล้อย วันนี้เราจะพาทุกคนมาดูว่าการผ่าตัดดึงหน้า คืออะไร ทำไมถึงนิยมกัน พร้อมแล้วไปอ่านกันเลย 

การผ่าตัดดึงหน้า คืออะไร

คือ กาศัลยกรรมเพื่อทำการยกกระชับในส่วนของกล้ามเนื้อ และไขมันใต้ผิวหนัง เพื่อให้ใบหน้านั้น กลับไปอยู่ที่ตำแหน่งเหมาะสม รวมถึงทำการตัดผิวหนังที่เป็รส่วนเกินออกไป เพื่อทำให้ใบหน้ามีความกระชับ เรียบเนียนมากขึ้น โดยการศัลยกรรมเพื่อดึงหน้านี้ เรียกได้ว่าจะคืนความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้า กลับมาดูสดใส เปล่งปลั่ง เป็นธรรมชาติ แถมยังลดริ้วรอย ที่หย่อนคล้อยตามใบหน้า ด้วยการใข้เทคนิคผ่าตัดแบบในปัจจุบันที่มีความทันสมัย ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติ สวย ฟื้นตัวไวอีกด้วย

การผ่าตัดดึงหน้า เหมาะสำหรับใคร

  • ผู้มีปัญหาเรื่องตีนกา, ร่องแก้ม, รอยย่น บนผิวหน้า, หางตาไม่เท่ากัน
  • ผู้ที่มีปัญหาหนังตาหย่อนคล้อยมีผิวหนังส่วนเกินบริเวณเปลือกตา
  • ผู้ที่มีผิวหนังบริเวณ ใบหน้าหย่อนคล้อย
  • ผู้ที่มีปัญหาแก้มห้อย แก้มไม่เท่ากัน

ผ่าตัดดึงหน้าส่วนไหนได้บ้าง

การผ่าตัดเพื่อดึงที่หน้าสามารถทำได้เฉพาะส่วน ได้แก่

  • การดึงในส่วนหน้าผาก  
  • การยกคิ้ว  
  • การดึงที่หน้าส่วนกลาง  
  • การยกโหนกแก้ม  
  • การดึงที่หน้าส่วนล่าง  
  • การแก้ไขเหนียงใต้คาง  
  • การดึงคอทั้งด้านข้างและตรงกลาง  

นอกจากนี้การผ่าตัดเพื่อดึงในส่วนหน้า สามารถทำพร้อมกับการศัลยกรรมแบบอื่นๆได้ เช่น การเก็บถุงใต้ตา การผ่าตัดหนังตา การเสริมจมูก การเสริมโหนกแก้ม การเสริมคาง การเติมไขมันบริเวณใบหน้า หรือการดูดไขมัน เป็นต้น  

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดดึงหน้า

  • ควรงดยารักษาสิว ชนิดที่มีส่วนผสมของวิตามิน A อย่างน้อย 6 เดือนก่อนการผ่าตัด เพราะอาจมีผลต่อการหายของแผล 
  • ควรงดการทำ Botox, Filler  บริเวณใบหน้า อย่างน้อย  6 เดือนก่อนผ่าตัด
  • ควรเตรียมความพร้อมของร่างกาย ด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ  
  • ควรมีการตรวจสุขภาพประจำปี หากมีโรคประจำตัว ควรพบแพทย์เพื่อรักษา และควบคุมอาการให้อยู่ในภาวะปกติก่อน 
  • ควรงดการทำ Laser  ร้อยไหมบริเวณใบหน้า อย่างน้อย 3 เดือนก่อนผ่าตัด
  • ควรงดสูบบุหรี่ก่อน และหลังผ่าตัด อย่างน้อย 4 สัปดาห์ 
  • ควรงดการเจาะ สักร่างกาย หรืออาบแดด อย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด
  • ควรหลีกเลี่ยงการผ่าตัดในช่วงที่ใกล้ หรือ กำลังมีประจำเดือน หากไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์ เพื่อวางแผนการเลื่อนประจำเดือน 
  • ควรงดใช้ยาที่จะมีผลกับในเรื่องการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาละลายลิ่มเลือด พวก Ticlid, Aspirin, Plavix,Coumadin, or Aggrenox.  หากใครมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวถึงความปลอดภัยในการหยุดยา รวมถึงยาแก้ปวดประเภท Nsaids เช่น Ibuprofen, Advil, Motrin, Nuprin, Aleve, Relafen, Naprosyn,  Diclofenac, Naproxen, Voltaren, Daypro, Feldene, Clinoril, Lodine, Indocin, Orudis เป็นต้น และยาระงับประสาท ยานอนหลับบางชนิด เช่น Zoloft, Lexapro, Prozac, Pristiq เป็นต้น 
  • ควรงด วิตามิน อาหารเสริมทุกชนิด ที่อาจมีผลกับการแข็งตัวของเลือด อาทิเช่น Multivitamins, Fish oil, Omega3, Co-enzyme Q10, Evening Primrose Oil, Glucosamine, Arnica, Ginseng, Gingko, herbs เป็นต้น อย่างน้อย 10 วันก่อนการผ่าตัด

นอกจากนี้ คนไข้ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการผ่าตัดดึงหน้า ความเสี่ยง ผลลัพธ์ และควรปรึกษาแพทย์ เพื่อพูดคุยถึงความคาดหวัง หลังการผ่าตัดดึงหน้ากับแพทย์ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน และเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด  

ผลข้างเคียงและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ จากการผ่าตัดดึงหน้า

  • รอยแผลเป็นที่อาจเกิดขึ้น แต่หากไม่มีประวัติแผลเป็นประเภทคีลอยด์ ก็จะได้รับผลลัพธ์ที่เรียบเนียน
  • การยืด ดึงรั้ง หรือตัดขาดของเส้นประสาทใบหน้า ซึ่งอาจทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าบางส่วน ไม่สามารถทำงานได้ แต่โดยส่วนมากจะกลับมาทำงานได้ตามปกติภายใน 3-6 เดือน ในกรณีนี้อาจจะพบได้น้อย เพียง 1-3% เท่านั้น
  • ความเสี่ยงอื่น ๆ ได้แก่ ภาวะเลือดออก ,เลือดคั่ง ,ภาวะแทรกซ้อนในการหายของแผล ,ผิวหนังขาดเลือดมาเลี้ยง เป็นต้น มักพบในคนที่สูบบุหรี่จัด หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหลอดเลือด เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น แต่หากควบคุมอาการได้ดีก็สามารถผ่าตัดได้

นี่ก็คือ บทความรู้ “การผ่าตัดดึงหน้า คืออะไร ทำไมถึงนิยมกัน“ ที่เรานำมาฝากกัน สำหรับที่มีปัญหาเรื่องตีนกา, ร่องแก้ม, รอยย่น บนผิวหน้า, หางตาไม่เท่ากัน ,หนังตาหย่อนคล้อยมีผิวหนังส่วนเกินบริเวณเปลือกตา,ใบหน้าหย่อนคล้อย,แก้มห้อย แก้มไม่เท่ากัน ซึ่งเกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น แล้วอยากที่จะแก้ไขด้วยการผ่าตัดดึงหน้า เพื่อให้ใบหน้ากลับมาเต่งตึงสดใสเปล่งปลั่งดูอ่อนกว่าวัย ก็ควรที่จะเลือกคลินิกหรือสถานพยาบาลที่มีศัลยแพทย์ผผู้เชี่ยวชาญในการผ่าตัดดึงหน้า เพื่อผลลัพท์ที่ดีและพึงพอใจสูงสุด เราขอแนะนำที่ Q clinic ที่นี่เรามีศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการผ่าตัดดึงหน้าโดยเฉพาะพร้อมที่จะให้คำปรึกษากับคนไข้อย่างตรงไปตรงมาสนใจสามารถเข้าไปดูข้อมูลหรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมหรือปรึกษาได้ที่ https://qprimeclinic.com/

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Discover more from QPRIME Clinic

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading