Menu
นัดปรึกษาฟรี
083-429-1999 | LINE
โทร LINE FB นัดหมาย

ข้อควรรู้ !! ก่อนการตัดสินใจผ่าตัดลดขนาดหน้าอก

ข้อควรรู้ !! ก่อนการตัดสินใจผ่าตัดลดขนาดหน้าอก

ลดขนาดหน้าอก

หน้าอกใหญ่ใครว่าน่าอิจฉา บางครั้งการที่มีหน้าอกใหญ่มากจนเกินไป ก็อาจสร้างปัญหาให้ได้เหมือนกัน อย่างเช่น อาการปวดคอ ปวดหลัง สายเสื้อชั้นในที่ดึงรั้งรับน้ำหนักมากจนกดทับบ่า มีอาการชาที่ปลายมือ เพราะน้ำหนักเต้าดึงรั้งแผงกล้ามเนื้อหน้าอกจนกดเบียดเส้นประสาท และที่สำคัญมักตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่น จนทำให้เกิดความรู้สึกไม่มั่นใจ แต่ปัญหาต่างๆเหล่านี้ สามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดลดขนาดหน้าอก วันนี้เราจึงมีข้อควรรู้การตัดสินใจผ่าตัดลดขนาดหน้าอก สำหรับใครที่กำลังจะตัดสินใจผ่าตัดลดขนาดหน้าอก มาฝากกัน ไปอ่านเลย

การลดขนาดหน้าอก คือ

การผ่าตัดเพื่อนำไขมันส่วนเกิน เนื้อเยื่อ และผิวเต้านมบางส่วนออก และทำให้เต้านมมีขนาดเล็กลง เพราะจากการที่เต้านมมีขนาดใหญ่ หรือ มีน้ำหนักมากเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อร่างกาย และจิตใจ อย่างเช่น อาการปวดไหล่ ปวดคอ กระดูกเคลื่อน ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ และเกิดการประหม่าได้

การผ่าตัดลดขนาดหน้าอก

ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดลดขนาดหน้าอก โดยส่วนใหญ่จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  • กลุ่มผู้หญิงที่อายุค่อนข้างน้อย
  • กลุ่มผู้หญิงที่ผ่านการมีบุตรมาแล้ว กับผู้สูงอายุ โดยกลุ่มนี้จะมีปัญหาเนื้อเต้านมจะเหลว เต้านมจะห้อยคล้อยลงมากกว่าปกติ

ผู้ที่เหมาะกับการผ่าตัดลดขนาดหน้าอก

  • ผู้ที่รู้สึกไม่มั่นใจ จากขนาดหน้าอกที่ใหญ่เกินไป
  • ผู้ที่มีรอยแตกลายใต้เต้านม จากขนาดหน้าอกที่ใหญ่เกินไป
  • ผู้ที่มีปัญหาในการหาขนาดเสื้อผ้ามาสวมใส่ให้พอดี
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบกระดูก เช่น หมอนรองกระดูกเคลื่อน (Herniated discs) จากการรับน้ำหนักหน้าอกมากไป
  • ผู้ที่ปวดคอ หัวไหล่ หลัง หรือศีรษะ จากการรับน้ำหนักหน้าอกมากเกินไป
  • ผู้ที่หน้าอกใหญ่ไม่เท่ากัน หรือไม่สมส่วนกับร่างกาย
  • ผู้ที่เป็นผื่น หรือระคายเคือง บริเวณใต้ราวนมเรื้อรัง

ขั้นตอนการผ่าตัดลดขนาดหน้าอก

  • ศัลยแพทย์จะให้ยาสลบ หรืออาจให้ร่วมกับยาชาเฉพาะที่ด้วย
  • ศัลยแพทย์จะเปิดแผลบริเวณลานนม หรืออาจเปิดบริเวณใต้ราวนมด้วยก็ได้ ขึ้นอยู่กับแพทย์ประเมิน
  • แพทย์จะนำเอาเนื้อเยื่อไขมัน และผิวหนังบางส่วนออกเพื่อลดขนาดของเต้านม
  • ในบางกรณีศัลยแพทย์อาจต้องมีการปรับตำแหน่งของหัวนม เพื่อให้ดูสมส่วนกับขนาดเต้านมที่เล็กลง
  • หลังจากลดขนาดเสร็จแล้ว ศัลยแพทย์จะทำการเย็บและนำผ้าพันแผลมาปิดเอาไว้ อาจต้องใส่ท่อระบายของเหลวเพื่อลดอาการบวมหลังผ่าตัด

ลดขนาดหน้าอกมีแผลเป็นไหม

สำหรับการผ่าตัดเพื่อลดขนาดของหน้าอก แผลเป็นมักจะถูกความเข้มของสีลานนมอำพรางไว้ จึงทำให้มองไม่เห็นแผลเป็น แต่หากเกิดเป็นรอยพับบริเวณที่ผ่าตัด ก็อาจต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี แล้วแผลจะค่อยๆคืนสภาพเหมือนเดิม

ผู้ที่ต้องการลดขนาดหน้าอก มีข้อห้ามดังนี้

  • ห้ามผู้ที่มีโรคประจำตัว และอาจเกิดอันตราย เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ
  • ห้ามผู้ที่ไม่ต้องการให้มีแผลเป็น ที่บริเวณหน้าอก
  • ห้ามผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตร ควรรอให้ผ่านช่วงให้นมบุตรไปก่อน
  • ห้ามผู้ที่สูบบุหรี่
  • ห้ามผู้ที่วางแผนลดน้ำหนัก ด้วยการออกกำลังกาย เพราะเต้านมอาจลดตามการออกกำลังกายได้เช่นกัน
  • ห้ามผู้ที่มีภาวะอ้วนมาก

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัดลดขนาดหน้าอก

  • อาจเกิดแผลเป็น
  • อาจใช้เวลาฟื้นตัวนาน
  • มีโอกาสที่ความรู้สึกบริเวณหัวนมจะลดลง
  • อาจมีอาการแพ้ยาชา ผ้าพันแผล หรือยาที่ใช้ในระหว่างการรักษา
  • มีโอกาสที่เต้านมทั้ง 2 ข้างจะไม่เท่ากัน
  • อาจส่งผลกระทบต่อการให้นมบุตร

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดลดขนาดหน้าอก

  • พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย  8-12 ชั่วโมง ก่อนผ่าตัดลดขนาดของหน้าอก
  • หากผู้รับบริการมีการต่อเล็บมือ เช่น เล็บเจล อะคริลิค หรือพีวีซี ต้องถอดเล็บก่อนเข้ารับบริการ เนื่องจากระหว่างการทำหัตถการจำเป็นจะต้องสวมเครื่องวัดออกซิเจนที่ปลายนิ้วเพื่อความปลอดภัย
  • งดน้ำ งดอาหาร อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง ก่อนการผ่าตัด
  • ก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ควรงดรับประทานอาหารเสริม ยา หรือพวกวิตามิน ที่มีการส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินอี น้ำมันปลา ยาแอสไพริน ไอบูโพรเฟน สมุนไพร เป็นต้น 
  • งดสูบบุหรี่ และงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนผ่าตัด อย่างน้อย 2 สัปดาห์

การดูแลตัวเอง หลังการผ่าตัดลดขนาดหน้าอก

  • หลังผ่าตัดประมาณ 1-2 วัน อาจต้องใส่ท่อระบายเลือด และบางรายอาจจะมีเลือดซึมที่แผลผ่าตัดได้
  • ควรใส่เสื้อชั้นในประคองเต้านมเอาไว้ เพื่อป้องกันหน้าอกกลับมาหย่อนคล้อยอีก
  • ห้ามให้แผลโดนน้ำประมาณ 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด
  • ควรนอนพักให้มากและเดินให้น้อย เพราะการเดินมากอาจทำให้แผลอักเสบได้ และควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • งดการออกกำลังกาย หรือทำงานหนัก ประมาณ 1 เดือน
  • งดรับประทานอาหารรสจัด ของหมักดอง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึง ควรงดสูบบุหรี่ประมาณ 1 เดือนหลังผ่าตัด
  • หลังผ่าตัดหากเริ่มรู้สึกมีอาการผิดปกติ ให้รีบไปพบแพทย์ก่อนวันนัด โดยอาการผิดปกติ เช่น แผลอักเสบ บวม แดง ปวดแผลมาก มีไข้สูง แผลแยกปริ หน้าอกบวมผิดปกติ รวมถึงบริเวณแผลมีเลือด หรือน้ำเหลืองซึมออกมา เป็นต้น 
  • หากกังวลว่าแผลผ่าตัดจะไม่เรียบ สามารถใช้ซิลิโคนแผ่นปิดแผลได้ หลังจากตัดไหมแล้ว

อ่านบทความรู้นี้แล้ว หากใครต้องการลดขนาดหน้าอก เพื่อแก้ปัญหาอาการปวดคอ ปวดหลัง สายเสื้อชั้นในที่ดึงรั้งรับน้ำหนักมากจนกดทับบ่า มีอาการชาที่ปลายมือ เพราะน้ำหนักเต้าดึงรั้งแผงกล้ามเนื้อหน้าอกจนกดเบียดเส้นประสาท รวมถึงการตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่น จนทำให้เกิดความรู้สึกไม่มั่นใจแล้วล่ะก็ เราแนะนำที่ Q clinic ที่นี่มีศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการผ่าตัดลดขนาดหน้าอก ที่สามารถให้คำปรึกษาได้อย่างดี สนใจสามารถติดต่อสอบถามรับคำปรึกษาได้ที่ https://qprimeclinic.com/ 

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Discover more from QPRIME Clinic

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading