Site icon QPRIME Clinic

สุดพีค! “ดึงหน้าอยู่ได้นานกี่ปี” พร้อม 4 เคล็ดลับหน้าเด็กอย่างมั่นใจ

ปกเว็บ--ดึงหน้าอยู่ได้นานกี่ปี

ปกเว็บ--ดึงหน้าอยู่ได้นานกี่ปี

“ดึงหน้าอยู่ได้นานกี่ปี” คือคำถามที่คนจำนวนมากอยากรู้ก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรมดึงหน้า เพราะเป็นหัตถการที่ทั้งใช้เวลาเตรียมตัว ต้องอาศัยประสบการณ์ของแพทย์ หลายคนกลัวว่าจะอยู่ไม่นานหรือเสียเงินไปโดยไม่คุ้ม แต่แท้จริงแล้วคำตอบไม่ได้มีเพียงตัวเลขบอกว่าอยู่ได้นานกี่ปี เพราะผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งเทคนิคที่ใช้ สภาพผิวของแต่ละคน และการดูแลหลังทำอย่างต่อเนื่อง

การผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift) เป็นหัตถการที่ช่วยยกกระชับผิวหนังและชั้นกล้ามเนื้อใบหน้าที่หย่อนคล้อยให้กลับมาเต่งตึงและอ่อนเยาว์อีกครั้ง การผ่าตัดมาตรฐานส่วนใหญ่มักจะทำในระดับชั้นกล้ามเนื้อที่เรียกว่าชั้น SMAS ซึ่งมักจะเป็นการดึงชั้นกล้ามเนื้อ SMAS จากด้านบน ทำให้ผลลัพธ์หลังการดึงหน้าอยู่ได้ในระยะเวลาหนึ่งก่อนที่แรงโน้มถ่วงและอายุที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ใบหน้ากลับมาหย่อนคล้อยลงอีกครั้ง

แต่เทคนิคการดึงหน้าที่ QPRIME เป็นเทคนิคการผ่าตัดที่เรียกว่า “Extended Deep Plane Facelift” ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่ยากและซับซ้อนกว่า โดยการผ่าตัดดึงหน้าเทคนิค “Extended Deep Plane Facelift” เป็นการผ่าตัดในชั้นลึกหรือใต้ต่อชั้น SMAS โดยศัลยแพทย์จะเข้าไปผ่าตัดปรับแก้โครงสร้างของกล้ามเนื้อในชั้นลึก จึงทำให้ดึงได้ลึกถึงบริเวณร่องแก้ม ซึ่งเป็นจุดที่หลายคนมักมีความกังวล เพราะมีร่องลึกและความหย่อนคล้อยที่เห็นได้ชัด ทำให้ผลลัพธ์หลังการผ่าตัดดึงหน้าสามารถอยู่ได้ยาวนาน ใบหน้าดูยกกระชับแบบเป็นธรรมชาติ แต่การที่ใบหน้าแลดูตึงกระชับอยู่ได้ยาวนานต้องอาศัยปัจจัยอื่นร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น

  • การผ่าตัดดึงหน้ากับศัลยแพทย์เฉพาะทาง : ศัลยแพทย์เฉพาะทางมีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการศัลยกรรมและเรื่องใบหน้า เป็นศัลยแพทย์ตัวจริงสามารถตรวจสอบได้ เข้าใจเรื่องโครงสร้างของใบหน้า สามารถประเมินตำแหน่งของชั้นกล้ามเนื้อ เส้นประสาท และทิศทางการยกที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้อย่างละเอียด การดึงหน้าด้วยเทคนิค Extended Deep Plane จึงต้องอาศัยความชำนาญสูงและเข้าใจสรีระเชิงลึกของใบหน้า เพราะหากยกผิดชั้นหรือใช้แรงดึงไม่สมดุล อาจทำให้เกิดความไม่สมมาตรหรือผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นาน
  • อายุของคนไข้ : อายุมีผลโดยตรงต่อผลลัพธ์ของการดึงหน้า โดยช่วงอายุที่เหมาะสมที่สุดคือ 40–55 ปี เนื่องจากผิวยังมีความยืดหยุ่นดี โครงสร้างผิวตอบสนองต่อการผ่าตัดได้สวยและเป็นธรรมชาติ แต่หากอายุมากกว่า 55 ปี ก็ยังสามารถทำได้เช่นกัน เพียงแต่ต้องมีการประเมินสภาพผิวและสุขภาพโดยละเอียดก่อน เพื่อออกแบบเทคนิคให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
  • พื้นฐานผิวและโครงสร้างใบหน้าเดิมของคนไข้ : แต่ละคนมีพันธุกรรมและคุณภาพผิวต่างกัน ความหนาแน่นของคอลลาเจน, ความยืดหยุ่นของชั้นผิว, การสะสมไขมันบนใบหน้า และลักษณะโครงกระดูก ล้วนส่งผลต่อการตอบสนองต่อการดึงหน้า คนที่มีผิวบางหรือคอลลาเจนน้อยอาจต้องดูแลผิวหลังทำมากเป็นพิเศษเพื่อคงผลลัพธ์หลังการผ่าตัดดึงหน้าอยู่ได้นานมากขึ้น
  • การใช้เครื่องเฝ้าระวังลดการบาดเจ็บของเส้นประสาท : ในการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้าที่ QPRIME มีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ร่วมกับการผ่าตัดนั่นก็คือ “เครื่องเฝ้าระวังลดการบาดเจ็บของเส้นประสาท” ซึ่งเครื่องมือตัวนี้มีหน้าที่ตรวจจับตำแหน่งของเส้นประสาท หากแพทย์ทำการผ่าตัดแล้วเข้าใกล้เส้นประสาท เครื่องจะส่งสัญญาณเตือน เพื่อให้แพทย์ระมัดระวัง สร้างความปลอดภัยในการผ่าตัดลดโอกาสที่จะผ่าตัดโดนเส้นประสาทบนใบหน้า

นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันนั่นก็คือ “วิธีดูแลหลังการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า” เพราะนี่คือช่วงเวลาที่จะตัดสินว่าผลลัพธ์ของการศัลยกรรมดึงหน้าจะตึงกระชับและคงอยู่ได้นานหรือไม่ หลังผ่าตัดควรพักฟื้นตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด เช่น การประคบเย็นใน 48 ชั่วโมงแรก หลีกเลี่ยงการยกของหนักและก้มศีรษะบ่อยๆ ประมาณ 2–3 สัปดาห์ หลีกเลี่ยงความร้อน ทานยาตามแพทย์สั่งและเข้ามาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง

ซึ่งในแง่การดูแลหลังการทำศัลยกรรมโดยทั่วไป ศัลยแพทย์มักแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้เส้นเลือดหดตัวและคอลลาเจนเสื่อมเร็ว รวมถึงควรใช้ครีมกันแดด SPF สูงเป็นประจำทุกวัน เนื่องจากรังสี UV เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดริ้วรอย ทำให้ผิวหน้าแลดูไม่สดใสโทรมไวกว่าปกติ และ ควรบำรุงผิวด้วยครีมที่ช่วยเสริมความชุ่มชื้น เพื่อรักษาสภาพผิวให้แน่นกระชับอยู่เสมอ นอกจากนี้การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ ลดการบริโภคน้ำตาล ออกกำลังกายและการพักผ่อนให้เพียงพอ ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง ช่วยให้เซลล์ในร่างกายไปเสื่อมสภาพไว

คนไข้ส่วนใหญ่ที่ดึงหน้าไปแล้วหากมีการดูแลที่ดีและสม่ำเสมอ ใบหน้าจะยังดูอ่อนเยาว์ได้ยาวนานกว่าคนทั่วไป แม้ผ่านไปกว่า 10 ปี ถ้าอยากดึงหน้าอีกครั้งก็สามารถทำได้ โดยไม่จำเป็นต้องดึงซ้ำทั้งหมด บางรายอาจเลือกทำเฉพาะส่วน เช่น ดึงหน้าช่วงล่าง (Lower Facelift) หรือ ดึงคอ (Neck Lift) เพิ่มเติม เพื่อคงความกระชับโดยไม่ต้องทำการผ่าตัดใหญ่ซ้ำทั้งใบหน้า ซึ่งช่วยลดระยะฟื้นตัวและความเสี่ยงได้มาก

คำถามที่หลายคนสงสัยว่า “ดึงหน้าอยู่ได้นานกี่ปี” จึงไม่มีคำตอบที่ตายตัว เพราะการที่ผลลัพธืหลังกาขึ้นอยู่กับเทคนิคการผ่าตัด ประสบการณ์ของศัลยแพทย์ พื้นฐานผิวของคนไข้ และการดูแลหลังทำโดยตรง แต่หากใช้เทคนิคขั้นสูงอย่าง Extended Deep Plane Facelift ร่วมกับการดูแลที่เหมาะสม ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ยาวนานกว่า 5-10 ปี หากคุณดูแลอย่างถูกวิธี เลือกรับการผ่าตัดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานและดูอ่อนเยาว์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

อ่านต่อ: ดึงหน้าที่ไหนดี สวยปลอดภัย ไม่เจ็บ ผลลัพท์ตรงใจ เพื่อให้ผลลัพธ์ของคุณอยู่ได้นานและปลอดภัยที่สุด

รีวิวดึงหน้าชั้นลึก “Extended Deep Plane Facelift”

โปรแกรม Good Afternoon ดึงยกกระชับใบหน้าที่หย่อนคล้อย ให้กลับมาแลดูตึง เหมือนย้อนวัยอีกครั้ง

Exit mobile version