เทคนิคง่ายๆ ในการรักษาคีลอยด์ ให้รอยแผลดูจางลง บอกลาร่องรอยความเจ็บปวด

การเกิดแผลคงเป็นสิ่งที่เราทุกคนนั้นไม่สามารถหลีกเลี่ยง หรือหลบหลีกมันไปได้ตามต้องการ ซึ่งหากร่างกายของเราแผลขึ้นมาแล้วเราก็จะต้องรู้จักวิธีรับมือที่ถูกต้องเพื่อที่จะไม่ทำให้เกิดแผลเป็น โดยเฉพาะแผลคีลอยด์หรือที่เราเรียกกันว่าแผลเป็นนูนนั่นเอง เพราะรอยแผลนั้นเป็นสิ่งที่สร้างความกังวลใจให้กับเราได้เป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าแผลคีลอยด์จะไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายของเรา แต่ถ้าหากไม่หาทางรักษาคีลอยด์ก็อาจจะส่งผลให้แผลเกิดการขยายตัวและใหญ่ขึ้นมาได้ เราจึงควรมองหาเทคนิคในการรักษาคีลอยด์ที่เหมาะสมกับเรามากที่สุด โดยวิธีในการรักษาคีลอยด์นั้นมีหลากหลายวิธีให้ได้เลือกตามลักษณะของแผลที่เกิดขึ้น จะมีเทคนิคอะไรที่น่าสนใจนั้นเราไปดูในเรื่องเทคนิคง่ายๆ ในการรักษาคีลอยด์ ให้รอยแผลดูจางลง บอกลาร่องรอยความเจ็บปวด กันต่อไปได้เลย
คีลอยด์ คืออะไร?
คีลอยด์ คือ หนึ่งในชนิดของรอยแผลเป็น โดยมักจะเกิดขึ้นหลังแผลที่ทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ มีลักษณะเป็นแผลนูนและสามารถขยายใหญ่ออกไปจากขอบเขตของแผลเดิมได้ ซึ่งมีสีของแผลที่แตกต่างกันทั้งสีดำคล้ำ สีแดง หรือสีช้ำ เป็นต้น อาจจะมีอาการคัน ผิวหนังรู้สึกตึง และมีอาการเจ็บร่วมด้วยได้ ถึงแม้ว่าแผลคีลอยด์จะไม่ส่งผลกระทบทางด้านสุขภาพ แต่เมื่อทิ้งเอาไว้นาน ไม่ทำการรักษาคีลอยด์ แผลจะไม่สามารถยุบหรือหายได้เอง อีกทั้งยังสร้างความกังวลใจและความไม่มั่นใจให้กับเราได้เพิ่มขึ้น
ปัจจัยที่ทำให้เกิดแผลเป็นคีลอยด์
- พันธุกรรม โดยหากคนภายในครอบครัวนั้นมีประวัติที่เกิดแผลคีลอยด์ได้ง่าย หรือเกิดแผลคีลอยด์ในตำแหน่งอื่นๆมาก่อน ก็สามารถเกิดแผลคีลอยด์ขึ้นได้ในอนาคต
- อาการที่เกิดขึ้นจากโรคที่เป็น หากมีการอักเสบและติดเชื้อในระดับรุนแรงก็จะส่งผลต่อแผลคีลอยด์ได้ง่าย
- เชื้อชาติ โดยส่วนใหญ่แล้วการเกิดแผลคีลอยด์นั้นจะพบได้ง่ายในคนเอเชียและคนผิวที่มีสี มากกว่าคนที่มีผิวขาว
- ฮอร์โมน ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์และในช่วงที่มีการตั้งครรภ์ จะสามารถเกิดแผลคีลอยด์ได้มากกว่าปกติ
- ตำแหน่ง ผิวหนังในบริเวณที่มีความตึงของผิวมาก หรือตำแหน่งที่มีแผลเย็บ อาทิเช่น บริเวณหัวไหล่ หลังส่วนบน หน้าอก และใบหู หรือตำแหน่งการผ่าตัด ผ่าท้องคลอดหรือผ่าตัดศัลยกรรม เป็นต้น
เทคนิคง่ายๆ ในการรักษาคีลอยด์
เทคนิคในการรักษาคีลอยด์เทคนิคที่ 1 : การใช้เจลหรือแผ่นซิลิโคนลดแผลคีลอยด์
เป็นการใช้แผ่นเจลหรือแผ่นซิลิโคนเกรดทางการแพทย์ (Medical grade silicone) แปะลงไปบนบริเวณที่เกิดแผลเป็นคีลอยด์ โดยจะช่วยทำให้เกิดแรงกดและป้องกันไม่ให้สัมผัสกับอากาศ ซึ่งเทคนิคนี้นั้นสามารถหาซื้อได้ง่ายและทำได้ง่ายด้วยตนเอง จึงเป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย แต่ทั้งนี้จะต้องทำการแปะแผ่นเจลหรือแผ่นซิลิโคนที่บริเวณแผลวันละ 12 -24 ชั่วโมง และนานงถึงหลายสัปดาห์
เทคนิคในการรักษาคีลอยด์เทคนิคที่ 2 : การฉีดยาสเตียรอยด์
เทคนิคในการรักษาคีลอยด์เทคนิคนี้นั้นเป็นวิธีมาตรฐาน โดยแพทย์จะใช้ตัวยาที่อยู่ในกลุ่มคอร์ติโซนสเตียรอยด์ (Triamcinolone acetonide) ทำการฉีดยาเข้าไปที่บริเวณแผลคีลอยด์โดยตรงให้กับคนไข้ในทุกๆช่วงเวลา 4-8 สัปดาห์ ซึ่งตัวยานั้นจะมีฤทธิ์ในการช่วยลดอาการอักเสบ กดการทำงานของเซลล์ผิวทุกชนิด สามารถช่วยทำให้แผลคีลอยด์มีความนุ่มลงจบเกิดการยุบตัวลงไป อีกทั้งยังช่วยลดอาการคันหรืออาการเจ็บได้ ถึงแม้ว่าเทคนิคนี้จะเป็นเทคนิคที่ได้รับความนิมเช่นกัน แต่ถ้าหากหยุดฉีดก็อาจจะทำให้แผลกลับมาเกิดใหม่ได้ อีกทั้งตัวยาที่ใข้ในการฉีดเข้าไปจะแตกต่างกันออกไป จึงควรเลือกให้เหมาะสมกับปัญหาที่ต้องการแก้ไข
เทคนิคในการรักษาคีลอยด์เทคนิคที่ 3 :การเลเซอร์
เป็นเทคนิคที่ใช้การยิงเลเซอร์เข้าไปที่บริเวณแผลคีลอยด์ โดยใช้ความยาวช่วงคลื่นที่มีผลต่อหลอดเลือด นั่นก็คือ ช่วงความยาวคลื่น 1064 ช่วยทำให้แผลคีลอยด์ยุบลง ลดอาการแดง สีจางลงและแผลดูเรียบเนียนมากขึ้น อีกทั้งต้องทำหลายครั้งถึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน
เทคนิคในการรักษาคีลอยด์เทคนิคที่ 4 : การผ่าตัดแผลคีลอยด์
เทคนิคการรักษาคีลอยด์นี้ เป็นเทคนิคที่ไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง เพราะจะต้องมีการผ่าตัดเพื่อตัดแผลออกหรือลดขนาดของแผลเป็นให้เล็กลง อีกทั้งยังช่วยลดเนื้อนูนให้บรรเทาลง แต่ทั้งนี้การผ่าตัดนั้นจะต้องทำร่วมกับวิธีการรักษาในเทคนิคอื่นๆ เพราะเป็นวิธีที่มีความเสี่ยงสูง มีโอกาสที่จะทำให้แผลเป็นที่เกิดหลังผ่าก็มีโอกาสกลับมาเป็นคีลอยด์ได้อีก
จบไปแล้วนะคะกับข้อมูลดีๆที่เรานำมาให้ทุกคนในวันนี้ผ่านเรื่องเทคนิคง่ายๆ ในการรักษาคีลอยด์ ให้รอยแผลดูจางลง บอกลาร่องรอยความเจ็บปวด ที่เรานำมาฝากกัน ใครที่ประสบปัญหามีแผลคีลอยด์และต้องการการรักษา วิธีที่ได้กล่าวไปข้างต้นถือว่าตอบโจทย์เป็นอย่างดี หากใครที่ต้องการรักษาแผลคีลอยด์อย่างเร่งด่วนและมองหาคลินิกที่ได้มาตรฐานอยู่ ต้องที่ Q Clinic เลย เพราะที่นี่มีทีมแพทย์ที่มีความรู้ ความสามารถที่จะช่วยเลือกวิธีการรักษาและวิเคราะห์ปัญหาเพื่อแก้ไขได้อย่างตรงจุด เป็นคลินิกที่ผ่านการรับรองสากล เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่คุณภาพดีที่สุด มีทีมงานคอยดูแลอย่างใกล้ชิด และสามารถไขข้อสงสัยได้อย่างตรงจุด หากสนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ทาง Q Clinic หรือทาง https://qprimeclinic.com/

