ทำความรู้จัก .. เสริมหน้าอกธรรมชาติ ด้วยซิลิโคน vs ไขมัน

อกเล็กอาจเป็นปัญหาที่ไม่หนักอก แต่ก็สร้างความหนักใจให้กับสาวๆบางคนอยู่ไม่ใช่น้อย เพราะหน้าอกเล็ก อกแบน จะแต่งตัวชุดอะไรก็ไม่สวย แถมยังพาหมดความมั่นใจไปซะงั้น แต่อย่าพึ่งน้อยใจไปเพราะสมัยนี้สามารถอัพไซซ์ เสริมหน้าอกเติมความมั่นใจได้ด้วยหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน หรือ การเสริมหน้าอกด้วยไขมัน ที่สามารถช่วยให้สาวๆมีหน้าอกอวบอิ่มเป็นธรรมชาติได้ในแบบที่ต้องการ แต่จะเสริมหน้าอกธรรมชาติแบบไหนดีหล่ะ ? วันนี้เรามีข้อมูลดีๆมาฝากเพื่อประกอบการตัดสินใจของสาวๆกับบทความ ทำความรู้จัก เสริมหน้าอกธรรมชาติ ด้วยซิลิโคน vs ไขมัน มาดูกันเลย
เสริมหน้าอกธรรมชาติ คืออะไร
เสริมหน้าอก คือ การศัลยกรรมตกแต่งที่จะช่วยปรับขนาดของหน้าอกให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นแต่ดูเป็นธรรมชาติ และมีรูปทรงที่สวยงาม ตามสรีระของร่างกาย โดยวัสดุที่ใช้เสริมหน้าอกธรรมชาติ นั้นมีหลายแบบ เช่น ซิลิโคน ไขมันจากร่างกาย รวมถึงสารเติมเต็มฟิลเลอร์ แต่ในปัจจุบันวัสดุที่นิยมใช้ในการเสริมหน้าอกธรรมชาติที่มีความปลอดภัย นั่นก็คือ การเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน และการเสริมหน้าอกด้วยไขมันนั่นเอง

เสริมหน้าอกธรรมชาติ ด้วยซิลิโคน
การเสริมหน้าอกธรรมชาติ ด้วยซิลิโคน คือ การใช้ถุงเต้านมเทียมใส่เข้าไปที่บริเวณหน้าอก เพื่อให้หน้าอกมีขนาดใหญ่ขึ้น โดยซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมหน้าอกจะมีความนูนให้เลือกอยู่หลายระดับ ซึ่งจะมีทั้งทรงกลม และทรงหยดน้ำ นอกจากนี้ผิวภายนอกของซิลิโคน ก็จะมีทั้งแบบผิวเรียบ และผิวขรุขระ หรือที่เราเรียกกันว่า ผิวทราย ซึ่งการเลือกซิลิโคนในการทำหน้าอก นั้นก็จะขึ้นอยู่กับการประเมินของศัลยแพทย์ และความต้องการของแต่ละบุคคลด้วย
- ซิลิโคนทรงกลม ก็จะเหมาะกับ ผู้ที่มีเนื้อหน้าอกอยู่แล้ว แต่ต้องการ ทำหน้าอก ให้มีขนาดใหญ่มากยิ่งขึ้น เน้นทำให้เนินอกดูเต็มขึ้น และมีรูปทรงที่ชัดเจนขึ้น โดยข้อดีของซิลิโคนทรงกลม นั่นก็คือ ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติได้ เช่นเดียวกับทรงหยดน้ำเมื่อทำหน้าอกในขนาดที่เหมาะสม สามารถเติมเต็มเนินหน้าอกได้ดี เหมาะกับคนที่ต้องการเนินอกชัด และไม่มีปัญหาในเรื่องขอฝการบิดหมุนของซิลิโคนด้วย
- ซิลิโคนทรงหยดน้ำ จะเหมาะกับผู้ที่ มีเนื้อหน้าอกน้อย แต่อยากได้หน้าอกที่ดูอวบอิ่มแบบเป็นธรรมชาติ และไม่ต้องการให้เห็นรูปทรงซิลิโคนชัดจนเกินไป รวมถึงคนที่หน้าอกหย่อนคล้อยเล็กน้อย หรือปานกลาง ก็จะช่วยให้เต้านมเชิดขึ้นได้ โดยข้อดีของซิลิโคนทรงหยดน้ำ จะให้ผลลัพธ์หลังทำหน้าอกที่ดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งเหมาะกับที่มีเนื้อเต้านมหย่อนคล้อยเล็กน้อย หรือปานกลาง จะช่วยแก้ไขให้ได้ทรงเต้านมที่ดีขึ้นนั่นเอง
เสริมหน้าอกธรรมชาติ ด้วยไขมัน
เสริมหน้าอกธรรมชาติด้วยไขมัน คือ เป็นการเสริมสร้างเต้านมใหม่ ด้วยการฉีดเสริมด้วยไขมัน โดยการนำเอาไขมันในร่างกายของคนไข้เอง อาทิเช่น บริเวณหน้าท้อง ต้นขา เป็นต้น นำมาฉีดเสริมหน้าอกซึ่งถือเป็นเทคนิคที่ทำได้ง่าย และได้ผลดี อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งเต้านมให้ได้รูปสวยดูเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะผู้ที่มีเต้านมเล็ก-ปานกลาง หรือผู้ที่เคยได้รับรังสีรักษาบริเวณทรวงอก และมีเนื้อเยื่อหรือผิวหนังถูกทำลายจากการฉายแสง การเสริมหน้าอกธรรมชาติด้วยไขมัน จะช่วยฟื้นฟูผิวหนังบริเวณเต้านมให้ดีขึ้นได้ ที่สำคัญยังช่วยลดไขมันไม่พึงประสงค์ในตำแหน่งที่มักสร้างปัญหาให้กับคุณผู้หญิงด้วยการดูดไขมันออกไปใช้ ทำให้คุณผู้หญิงมีรูปร่างสัดส่วนสวยงามมากขึ้น
โดยทั่วไปการเสริมหน้าอกธรรมชาติด้วยไขมัน จะทำภายใต้การดมยาสลบ โดยจะออกแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน ดังนี้
1.ขั้นตอนการดูดไขมัน
2.ขั้นตอนการฉีดไขมันเพื่อเสริมหน้าอก
สำหรับขั้นตอนการดูดไขมัน แพทย์จะทำการดูดเก็บไขมันที่จะนำมาใช้ฉีด โดยตำแหน่งที่เหมาะสมในการดูดคือ บริเวณหน้าท้อง สะโพก บั้นเอว และต้นขา เพราะนอกจากบริเวณเหล่านี้จะมีปริมาณไขมันมากแล้ว ยังเป็นตำแหน่งที่สามารถทำได้สะดวกโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนท่าในขณะทำผ่าตัด จากนั้นแพทย์จะฉีดสารละลายผสมยาชาที่ช่วยให้การดูดไขมันทำได้ง่ายขึ้น และช่วยลดการเสียเลือดระหว่างทำ รวมถึงช่วยลดความเจ็บปวดหลังการทำ ในบริเวณที่จะดูดเก็บไขมัน และจะเปิดแผลขนาดเล็กประมาณ 2 – 3 มม. ตรงตำแหน่งที่แทงเข็มฉีดยา แล้วสอดหัวดูดเข้าไปดูดไขมันออกมา โดยจะระมัดระวังไม่ดูดที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งมากจนเกินไป เพื่อป้องกันการเกิดผิวไม่เรียบภายหลังจากการดูดไขมัน เมื่อดูดไขมันจนได้ปริมาณตามที่ต้องการแล้ว จะเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย และกดปิดแผลตรงตำแหน่งที่ดูดไขมันให้แน่น เพื่อลดอาการบวม
จากนั้นจะนำไขมันที่ได้ไปจัดเตรียมให้อยู่ในสภาพที่เหมาะที่จะนำมาใช้ฉีดเสริมหน้าอกให้กับคนไข้ต่อไป หลังจากได้ไขมันมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แพทย์จะนำไขมันมาฉีดเพื่อเสริมหน้าอก โดยทั่วไปไขมันที่ฉีดเข้าไป จะสูญสลายไปเหลือเพียง 50-70% ดังนั้นแพทย์จะฉีดไขมันให้มากกว่าปกติเล็กน้อย โดยพิจารณาหลายส่วนประกอบกัน เช่น ปริมาณไขมันที่ฉีดควรฉีดมากน้อยแค่ไหน บริเวณหรือตำแหน่งที่จะฉีด คนไข้เคยได้รับการฉายแสงมาก่อนหรือไม่ เพื่อให้ผลลัพท์ออกมาเป็นที่พอใจมากที่สุด ที่สำคัญก็คือ เทคนิคการฉีด ซึ่งแพทย์จะเลือกตำแหน่งที่จะไม่รบกวนการตรวจแมมโมแกรม และอัลตราซาวน์ในอนาคต โดยจะฉีดไขมันให้กระจายตัว ไม่ฉีดกองรวมที่ใดที่หนึ่ง เพื่อป้องกันไขมันก่อตัวเป็นถุงไขมัน หรือมีการตายจนจับตัวเป็นหินปูน หลังฉีดไขมันแพทย์จะทำการเย็บปิดแผลด้วยผ้าปิดแผล ตรงตำแหน่งที่ฉีดไขมันโดยไม่ต้องพันรัดแน่นแต่อย่างใด
สำหรับใครที่อยากเสริมหน้าอกธรรมชาติ อ่านบทความนี้แล้วน่าจะพอที่จะตัดสินใจกันได้บ้างแล้วว่าจะเสริมหน้าอกธรรมชาติด้วยวิธีไหน แต่ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำแนะนำและเลือกวิธีที่เหมาะสมให้กับตัวคุณได้ อย่างที่ Q clinic ที่นี่เรามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านการศัลยกรรมเสริมหน้าอกธรรมชาติ ที่พร้อมให้คำปรึกษาอย่างตรงไปตรงมาสนใจสามารถเข้ารับคำปรึกษาได้ที่ https://qprimeclinic.com/
