Menu
นัดปรึกษาฟรี
083-429-1999 | LINE
โทร LINE FB นัดหมาย

ไขความลับซิลิโคนเสริมหน้าอก พาไปทำความรู้จักซิลิโคนแบบต่าง ๆ

ไขความลับซิลิโคนเสริมหน้าอก พาไปทำความรู้จักซิลิโคนแบบต่าง ๆ

คุณภาพและขนาดของซิลิโคนเสริมหน้าอกนับเป็นสิ่งสำคัญมากในการกำหนดว่าผลลัพธ์จะออกมาดูดีหรือไม่ ดังนั้นการศึกษาข้อมูล ก่อนตัดสินใจทำจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก ผลลัพธ์จะออกมาธรรมชาติหรือไม่ล้วนขึ้นอยู่กับส่วนนี้เป็นหลักเลย สำหรับสาว ๆ ที่กำลังมีแพลนศัลยกรรมเสริมหน้าอกแต่ยังไม่เข้าใจว่าซิลิโคนแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร ถ้าอย่างนั้นเราไปไขความลับนี้พร้อมกันเลยดีกว่าค่ะ

ทำความรู้จักซิลิโคนเสริมหน้าอก

พื้นผิวของซิลิโคนเสริมหน้าอก มีกี่แบบ

พื้นผิวของซิลิโคนเสริมหน้าอกจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป ได้แก่

1. ซิลิโคนเสริมหน้าอกแบบผิวเรียบ (Smooth Implant)

ลักษณะของผิวซิลิโคนประเภทนี้จะตามชื่อเลยค่ะ นั่นคือมีความเรียบ ผิวใส สามารถมองเห็น Cohesive Gel ด้านในได้อย่างชัดเจน 

ข้อดีของซิลิโคนผิวเรียบคือเหมาะสำหรับคนที่ต้องการเสริมหน้าอกขนาดใหญ่ เนื่องจากใส่ได้ง่าย ใช้เวลาในการผ่าตัดน้อยกว่า หลังทำก็บวมน้อยกว่า แต่ข้อเสียคือเมื่อผิวของซิลิโคนเรียบจนเกินไป มีผลให้พังผืดหรือเนื้อเยื่อปกคลุมรอบซิลิโคนได้ง่ายกว่า ซึ่งพังผืดเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นจนรอบซิลิโคนแล้วจะทำให้ผิวสัมผัสของหน้าอกดูไม่เป็นธรรมชาติ มีโอกาสเกิดปัญหาหน้าอกแข็งหรือหน้าอกลอยได้ 

2. ซิลิโคนเสริมหน้าอกแบบผิวทราย (Texture Implant)

ซิลิโคนเนื้อทรายผิวสัมผัสจะมีความหยาบเหมือนทรายเม็ดเล็ก ๆ สีของซิลิโคนจะขุ่น ไม่สามารถมองเห็น Cohesive Gel ด้านในได้อย่างชัดเจน ข้อดีของผิวซิลิโคนประเภทนี้คือสามารถชะลอโอกาสการเกิดพังผืดรอบซิลิโคนได้ ยิ่งผิวทรายมีความละเอียดมาก พังผืดก็จะยิ่งเกิดได้ช้าลง คนไข้ที่ใช้ซิลิโคนประเภทนี้จึงไม่จำเป็นต้องนวดสลายพังผืดบ่อย ๆ อีกทั้งหลังทำหน้าอกจะเข้าที่เร็วกว่าและนิ่มเร็วกว่าแบบผิวเรียบ ส่วนข้อเสียคือความหยาบของผิวจะทำให้เกิดความหนืด มีผลให้ใส่ซิลิโคนเข้าไปในร่างกายได้ยากกว่า ระยะเวลาในการผ่าตัดจึงนานกว่า ค่าใช้จ่ายสูงกว่านั่นเองค่ะ 

3. ซิลิโคนเสริมหน้าอกผิวนาโน (Nano Texture Breast Implant)

เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ Motiva ผิวของซิลิโคนจะเรียบลื่นเป็นพิเศษ มีความอ่อนนุ่ม ทั้งยังรวมจุดเด่นของซิลิโคนผิวทรายไว้ นั่นคือซิลิโคนจะมีคุณสมบัติยึดเกาะได้ดี มีความทนทานสูง ป้องกันการเกิดพังผืดได้ดี นับว่าเป็นการรวมข้อดีและลดข้อจำกัดของซิลิโคนผิวเรียบและผิวทรายเข้าด้วยกัน 

รูปทรงของซิลิโคนเสริมหน้าอก มีกี่แบบ

รูปทรงซิลิโคนที่ใช้สำหรับเสริมหน้าอกในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 แบบค่ะ ได้แก่

1. ซิลิโคนเสริมหน้าอกทรงกลม (Round Breast Implant)

ทรงกลมเหมาะสำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์แบบเป็นธรรมชาติที่สุด เนื่องจาก Cohesive Gel ด้านในจะเหลวกว่าทรงหยดน้ำ ใครที่อยากเสริมให้หน้าอกดูกลมสวยและเน้นเติมเต็มส่วนบนของเต้านม ซิลิโคนเสริมหน้าอกทรงกลมจะตอบโจทย์มากค่ะ 

2. ซิลิโคนเสริมหน้าอกทรงหยดน้ำ (Teardrop Breast Implant) 

ซิลิโคนเสริมหน้าอกทรงหยดน้ำจะเหมาะสำหรับคนที่เดิมทีหน้าอกค่อนข้างแบน ไม่มีฐานหน้าอก เนื่องจากคนไข้กลุ่มนี้หากใช้ทรงกลมจะทำให้ผลลัพธ์ออกมาไม่เป็นธรรมชาติ มีโอกาสเห็นเป็นบล็อกซิลิโคนได้ ดังนั้นการเลือกใช้ซิลิโคนเสริมหน้าอกทรงหยดน้ำจึงให้ผลลัพธ์ที่ดูดีกว่า ส่วนมากคนที่อยากเสริมเต้านมเป็นส่วน ๆ เช่น ส่วนล่างของเต้านม จะนิยมเลือกใช้ซิลิโคนเสริมหน้าอกทรงนี้ 

ซิลิโคนเสริมหน้าอกมีกี่ประเภท

นอกจากจะแบ่งตามพื้นผิวและรูปทรงแล้ว ยังสามารถแบ่งประเภทของซิลิโคนเพื่อแบ่งใช้งานตามความเหมาะสม ดังนี้

1. ซิลิโคนเสริมหน้าอกทรงพุ่งคล้ายพีระมิด (High Profile) 

ซิลิโคนเสริมหน้าอกทรงนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเนื้อหน้าอกหรือพอมีอยู่นิดหน่อย ข้อดีของทรงนี้คือเมื่อใช้กับคนหน้าอกเล็กจะไม่ทำให้เห็นบล็อกซิลิโคน ทั้งยังได้หน้าอกทรงสวย ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ขัดตา 

2. ซิลิโคนเสริมหน้าอกทรงแบนคล้ายจาน (Low Profile/Moderate) 

ทรงนี้จะไม่เหมาะสำหรับคนที่มีความกว้างของฐานเต้านมเล็กหรือความกว้างของลำตัวเล็ก โดยคนที่เลือกใช้ซิลิโคนทรงนี้มักจะเป็นคนที่ไม่ได้ต้องการให้หน้าอกพุ่งมาก เพียงแค่ต้องการอัปไซซ์ให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเท่านั้น 

3. ซิลิโคนเสริมหน้าอกทรงพุ่งแหงน (Ultra High Profile) 

ซิลิโคนทรงนี้นิยมใช้ในเคสที่แก้ไขความหย่อนคล้อยของทรวงอก ซึ่งความหย่อนคล้อยนี้ก็สามารถเกิดได้จากการให้นมบุตรหรืออายุที่มากขึ้น หลังทำหน้าอกจึงมีความกระชับและดูเต็มอิ่มมากขึ้น

ซิลิโคนเสริมหน้าอกมีกี่ยี่ห้อ

ซิลิโคนเสริมหน้าอกมีอยู่ด้วยกันหลายยี่ห้อ ซึ่งยี่ห้อที่ได้รับความนิยม ได้แก่

  • ซิลิโคนเสริมหน้าอกยี่ห้อ Sebbin

เป็นซิลิโคนจากประเทศฝรั่งเศส ลักษณะของซิลิโคนยี่ห้อนี้คือฐานจะมีความกว้างและไม่ได้เหมาะสำหรับเสริมให้หน้าอกพุ่งมาก เนื้อซิลิโคนมีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูง ข้อดีของซิลิโคนยี่ห้อนี้คือราคาย่อมเยา มีไซซ์ให้เลือกเยอะ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเสริมหน้าอกให้มีทรงสวยมากกว่าเดิม ไม่ได้เน้นให้หน้าอกใหญ่ตู้ม ผลลัพธ์จึงมีความเป็นธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้ หากใครต้องการหน้าอกพุ่ง ๆ หรืออัปไซซ์เยอะ ๆ Sebbin ก็จะไม่ค่อยเหมาะค่ะ

  • ซิลิโคนเสริมหน้าอกยี่ห้อ Silimed

เป็นซิลิโคนจากประเทศบราซิลที่ได้ผลิตในอเมริกา จุดเด่นของยี่ห้อนี้คือเนื้อซิลิโคนจะมีความหนาแน่นและยืดหยุ่นสูง เป็นซิลิโคนยี่ห้อแรก ๆ ที่ผลิตทรงหยดน้ำออกมา ข้อดีคือมีราคาย่อมเยา รูปทรงของซิลิโคนเป็นแบบฐานกว้างจึงให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ เนื้อซิลิโคนมีความคงทนมาก หากไม่มีการชำรุดหรือรั่วไหลก็สามารถใส่ได้ยาว ๆ เลยค่ะ ส่วนข้อเสียคือไม่เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่อยากอัปไซซ์หน้าอกแบบไซซ์ใหญ่มาก 

  • ซิลิโคนเสริมหน้าอกยี่ห้อ Mentor

ซิลิโคนยี่ห้อนี้อาจจะคุ้นหูใครหลายคนเพราะมีชื่อเสียงยาวนานมาก เป็นแบรนด์อเมริกาที่ผลิตในประเทศเนเธอร์แลนด์ จุดเด่นคือเนื้อซิลิโคนมีความนุ่ม คงตัวตามแรงโน้มถ่วงได้ดี  ตัวซิลิโคนจะมีเนื้อเจลอัดแน่น เมื่อคนเนื้อน้อยใช้เสริมจึงให้ผลลัพธ์ที่อวบอิ่มเป็นธรรมชาติ เห็นเนินอกได้ชัดเจน (แต่ถ้าเนื้อหน้าอกน้อยมาก ๆ ก็ยังไม่แนะนำนะคะ) แต่ด้วยความที่ซิลิโคนเป็นแบบเนื้อแน่นจึงมีน้ำหนักมาก จึงอาจก่อให้เกิดอาการปวดหลังได้

  • ซิลิโคนเสริมหน้าอกยี่ห้อ Motiva

ซิลิโคนยี่ห้อนี้ผลิตด้วยเทคโนโลยีใหม่ ทำให้เนื้อสัมผัสของซิลิโคนมีความนิ่มมาก เนื้อผิวมีลักษณะคล้าย ๆ ผิวทรายผสมกับผิวเรียบจึงช่วยลดการเกิดพังผืดได้ ข้อดีคือซิลิโคนมีคุณสมบัติคืนสภาพได้เร็วตามแรงโน้มถ่วง และด้วยความที่ซิลิโคนมีความยืดหยุ่นและนิ่มมาก ทำให้การเปิดแผลผ่าตัดเล็กกว่าการใส่ซิลิโคนยี่ห้ออื่น คนเนื้อหน้าอกน้อยก็สามารถใช้ได้ ไม่ต้องกังวลว่าจะเห็นบล็อกซิลิโคน แต่มีข้อเสียคือราคาสูงกว่ายี่ห้ออื่น ๆ

ในบรรดาซิลิโคนเสริมหน้าอกทุกประเภท อันที่จริงการจะเลือกว่าแบบไหนดีที่สุดย่อมต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของเราเป็นหลัก ดังนั้นใครที่กำลังเป็นกังวล เลือกไม่ถูก ก็สามารถปรึกษาคุณหมอที่ Q Clinic ก่อนตัดสินใจได้นะคะ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Discover more from QPRIME Clinic

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading